รู้จักลึกซึ้งจึงเข้าใจ

ว่าด้วยปัญหาของระบบเรือนชะต่างๆ วันนี้ผมขอยกเรื่องเด่นๆสัก 3 เรื่อง ในทัศนะของผม
1. เรือนชะตาแบบไทยต่างกับสากลแล้วจะใช้ได้ไหมอย่างไร
2. ระบบเรือนชะตาของสากลแต่ละเรือนมีความกว้างไม่เท่ากัน เกิดขึ้นได้อย่างไร
3. เรือนชะตาระบบเรือนเท่าของยูเรเนียน ต่างจากสากลระบบอื่นๆ แล้วจะใช้อย่างไร


ตอบ ข้อ. 1 ในโหราศาสตร์ไทยที่เทียบเรือนชะตากับราศีเข้าด้วยกันโดยไม่สนใจองศาของลัคนา เป็นเรื่องที่ผิดหลักดารา-ปรัชญา อยู่มากๆ เพราะการเริ่มต้นตั้งลัคนา หากถามโหรไทยน้อยคนนักจะตอบได้ว่าลัคนาคืออะไร ยังไม่รวมถือ เมอริเดียน(ทศลัคน์)ที่ฝั่งดาวสากลใช้กันมากคืออะไร อีกด้วย
จากนิยาม ลัคนาคือตำแหน่งขอบฟ้าทางทิศตะวันออกตัดกับจักรราศี ณ เวลาประสงค์แล้ว ลัคน์จึงเป็นตำแหน่งบนจักรราศีนั้นๆ ที่นิยมเรียกว่ามีสมผุส องศา ลิปดาชัดเจน ไม่ใช่เหมารวมทั้งราศีแบบที่คุ้นเคยกัน ตำแหน่งลัคนาจึงแบ่งส่วนของฟ้าที่มองเห็นและแยกส่วนที่อยู่ฝั่งใต้ดินที่มองด้วยตาเปล่าไม่เห็นออกจากกัน การเทียบว่าลัคนาอยู่ราศีใดว่าราศีนั้นเป็นเรือนที่ 1 จึงเป็นการเริ่มต้นที่ผิดอย่างแรง เพราะหากลัคนาสถิตกลางหรือปลายราศีแล้วหละก็คงทายเรือนชะตาผิดเรืองผิดราวไปเลยเสียทีเดียว


ตอบข้อ 2 ว่าด้วยความกว้างของเรือนชะตาแต่ละเรือน ในโหราศาสตร์ไทยที่นิยมใช้ระบบเรือนชะตาเท่า คือ แต่ละเรือนกว้าง 30 องศา หากละเรื่องลัคนาในข้อที่ 1 ออกไปก่อน ก็ยังไม่ตรงตามหลักปรัชญากลไกฟ้าอยู่ดี แม้ในประเทศไทยจะอยู่ใกล้เส้นศูนย์สูตร เหนือขึ้นมาประมาณ สิบกว่าองศา ทำให้เรือนชะตาแต่ละเรือนเกือบจะเท่ากัน พออนุมานต่อได้ก็จริง แต่หากใช้หลักการผูกดวงแบบเดิมนี้ ผูกดวงชาวต่างชาติที่อยู่เหนือเส้นศูนย์สูตรโลกมากๆ แล้ว ความกว้างของเรือนชะตาแต่ละเรือน จะถูกบังคับด้วย แกนลัคนาและแกนเมอริเดียวที่ไม่ได้ตั้งฉากกัน
แกนลัคนาแบ่งฟ้า(เรือนที่ 7-12) แบ่งดิน(เรือนที่ 1-6) แกนเมอริเดียวแบ่งดาวกำลังขึ้น (เรือน 3-2-1-12-11-10) และตก (9-8-7-6-5-4) เมื่อไม่ตั้งฉากกันแล้ว ความกว้างของแต่ละเรือนย่อมไม่เท่ากันเป็นธรรมดา แสดงถึงพื้นที่การให้ความสนใจในเรื่องต่างๆของชีวิตย่อมไม่เท่ากัน ตามปรัชญาคนเราจึงให้ความสำคัญของแต่และเรื่องไม่เท่ากัน พบเจอเรื่องราวในแต่ละช่วง(ดาวจรมา)จึงยืดยาวสั้นเร็วไม่เท่ากัน เป็นความงดงามทางธรรมชาติที่ลงตัว


ข้อที่ 3 ระบบเรือนชะตาเท่าของยูเรเนียนต่างจากระบบเรือนชะตาสากลต่างๆ เนื่องจากความกว้างถูกกำหนดไว้เท่าๆกัน 30องศา มีการให้ปรัชญาของการใช้จานคำนวณแต่ละแกนแทนระบบเรือนชะตาแต่ละเรื่องไว้ให้ศึกษา เช่น
ดัชนีกรกฎ ในการตั้งเรือนชะตาเมอริเดียนและจันทร์
ดัชนีตุล ในการตั้งเรือนชะตาลัคนาและราหู
ดัชนีมกร ในการตั้งเรือนชะตาอาทิตย์
ดัชนีเมษ ในการตั้งเรือนชะตาโลก


ในการตั้งต้นเรือนจากปรัชญาที่ท่านอัลเฟต วิเต้ คิดค้นเป็นภูมิปัญญาที่น่าสนใจมาก หากแต่ในทัศนะของผม เห็นว่าควรปรับให้เข้ากับระบบกลไกฟ้าเสียก่อน กล่าวคือใช้หลักการกำหนดเรือนตั้งต้นแบบเดิมแต่ มองจุดดัชนีที่เคยแทนด้วยราศีเสียใหม่ ดังนี้


ดัชนีกรกฎ เปลี่ยนเป็น แกนเมอริเดียน
ตั้งต้นเรือนที่ 10 ในระบบเรือนชะตา เมอริเดียนและจันทร์
ดัชนีตุล เปลี่ยนเป็น แกนลัคนา
ตั้งต้นเรือนที่ 1 ในระบบเรือนชะตา ลัคนาและราหู
ดัชนีมกร เปลี่ยนเป็น แกน Ic (ตรงข้ามเมอริเดียน)
ตั้งต้นเรือนที่ 4 ในระบบเรือนชะตาอาทิตย์และดาวเคราะห์อื่นๆ
ดัชนีเมษ เปลี่ยนเป็น แกน Dsc (ตรงข้ามลัคนา)
ตั้งต้นเรือนที่ 7 ในระบบเรือนชะตาโลก(เมษ)
เป็นแกนลัคนาและและเมอริเดียน เท่านี้ ปรัชญาที่ชาญฉลาดก็จะถูกใช้อย่างมีประสิทธิภาพแล้ว ไม่เช่นนั้น คงถูกกล่าวหาว่ารู้ดวงไม่รู้ดาว แล้วจะเรียกตัวว่าโหรได้อย่างไร
คราวนี้ก็ถึงคราวท่านๆทำความเข้าใจและถกเถียงวิจารณ์การตามอัธยาศัย และลองนำไปทดสอบใช้ดูครับ


ปล.ดูภาพทั้งสามประกอบการศึกษาที่มาของเรือนชะตาก็จะเข้าใจ นักโหราศาสตร์รุ่นก่อนๆท่าน “รู้จัก” ฟ้า “ลึกซึ้ง” ในการเคลื่อนของดาว “จึงเข้าใจ” ชีวิตคนได้จริง
#OIC #อ่านได้ทายเป็น #โหราศาสตร์ไม่ใช่สถิติ
#ของขวัญจากฟ้า #รักดวงต้องรู้ดาว

About the author

อาจารย์ประจำสถาบันพัฒนาอัจฉริยภาพการพยากรณ์ นักโหราศาสตร์นักพัฒนาซอฟท์แวร์โหราศาสตร์ไทย สากลและยูเรเนียน

Leave a Reply

JW Blog

แบ่งปันทัศนะทางโหราศาสตร์ และการใช้ชีวิต หากจะผิดบ้างถูกบ้างขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วยนะครับ

Recent Comments